frodo_slave ([info]frodo_slave) wrote,
@ 2004-04-18 02:11:00
Previous Entry  Add to memories!  Tell a Friend  Next Entry
(not) Just a Kiss NC - 17
เป็นฟิกที่เขียนค้างเติ่งมาเนิ่นนาน แต่ในที่สุดก็จบได้เสียทีค่ะ เรื่องนี้เขียนหลังจากเพิ่งแปล ANSWER จบ ก็เลยออกกจะติดเรทไปหน่อย ^^; เนื้อเรื่องจะเกี่ยวกับความสับสนทางจิต(?)ของอิไลจาห์ ก็เลยต้องไปขให้ออรี่ช่วยซะหน่อย

Title : (Not) Just a Kiss
Author : frodo_slave
Paring : Orlijah
Rate : NC - 17



“ออร์แลนโด จูบฉันที”



เสียงกระป๋องเบียร์ทั้งแพ็กตกลงพื้นทันทีที่สิ้นประโยค หนุ่มน้อยเจ้าของคำพูดเหล่ตามองเพื่อนพร้อมท่าทางกึ่งขำกึ่งรำคาญ

“ตกใจไปได้ กะแค่จูบ ทำเหมือนนายไม่เคย”



“เคยน่ะเคย แต่ไม่เข้าใจที่นายพูด” ออร์แลนโดเก็บแพ็กกระป๋องเบียร์ที่ตกถือกลับเข้าไปในครัว แล้วกลับออกมาอีกครั้งพร้อมเบียร์แพ็กใหม่ เขานั่งลงบนโซฟาข้างๆเพื่อนตัวเล็ก แกะเบียร์ออกจากแพ็ก ให้ตัวเองกระป๋องหนึ่ง และส่งให้คนข้างๆกระป๋องหนึ่ง อิไลจาห์รับไว้ แต่วางไว้ที่พื้นข้างตัวแทน โดยไม่ได้เปิด



“อยู่ๆนายไม่มาขอให้ฉันจูบเฉยๆแน่ มันต้องมีอะไรอยู่เบื้องหลัง ไหนลองว่ามาซิ” ออร์แลนโดเปิดกระป๋องเบียร์ออก ซดอึกใหญ่หลังจากคำถาม และวางไว้ใกล้ตัว



“ห้ามหัวเราะนะ! นี่เป็นคำเตือน ไม่งั้นนายจะไม่ได้เห็นฉันอีกเลย นอกจากตอนที่เป็นโฟรโด” เด็กหนุ่มชี้หน้าเพื่อน ดวงตาสีฟ้าส่อแววเอาเรื่อง



“สาบาน” ออร์แลนโดชูมือขึ้นทั้ง 5 นิ้ว เหมือนทำสัตย์ปฏิญาณ “ด้วยเกียรติของสุภาพบุรุษอังกฤษเลย”



อิไลจาห์แค่นเสียง เฮอะ “ถ้านายเป็นสุภาพบุรุษอังกฤษ ฉันคงเป็นประธานาธิบดีสหรัฐ…แต่เอาเถอะ ฉันมาขอร้องนาย ยังไงก็ต้องบอกอยู่ดี”



“งั้นก็ว่ามา ท่านประธานาธิบดี”



ร่างเล็กกว่าสูดลมหายใจเข้าปอดเสียเฮือกหนึ่งเป็นการเริ่มต้น “เรื่องของเรื่องคือ…..ฉันกำลังสับสนทางเพศ” อิไลจาห์ไม่ได้ยินเสียงหัวเราะดังมาจากฝ่ายตรงข้ามตามที่คาดไว้ แต่กลับได้รับอาการนิ่งอึ้ง อ้าปากค้างกลับมาแทน “อย่าอึ้งสิ นายหัวเราะยังดีซะกว่า”



“เอ่อ…โทษที แล้วที่ว่าสับสนทางเพศเนี่ย หมายถึง…..”



“ฉันรู้สึกเหมือนกำลังชอบผู้ชาย” แต่นั่นยังเป็นคำตอบที่ไม่ชัดเจนพอสำหรับออร์แลนโด



“หมายถึง เวลานายเห็นผู้ชายหล่อล่ำแล้วรู้สึกเกิดอารมณ์ขึ้นมา หรือว่ามีใครบางคนที่นายถูกใจ แต่เขาดันเป็นผู้ชาย”



ประโยคสุดท้ายออร์แลนโดจ้องตาฝ่ายตรงข้ามเขม็ง จนอิไลจาห์ต้องหลบ แต่ก็ยังอ้อมแอ้มตอบ “คิดว่าอย่างหลัง”



“อ่าฮะ….นายก็เลยอยากทดสอบตัวเองดูว่าจริงๆแล้วนายเป็นเกย์หรือเปล่า?ด้วยการขอให้ฉันจูบ” อิไลจาห์พยักหน้า คราวนี้หนุ่มอังกฤษยิ้มละไม “งั้นถามอีกนิด ทำไมต้องเป็นฉัน?”



“เอ่อ….ข้อนี้…..” ท่าทางของอิไลจาห์ลังเลที่จะตอบ เขาเหลือบตาขึ้นมองออร์แลนโดอีกครั้ง และเห็นว่าฝ่ายนั้นพยักหน้ากลับมาให้เป็นเชิงว่าตอบมาเถอะ “ฉันไปถามทุกคนมาหมดแล้วตั้งแต่ ดอม บิลลี่ แอสติน บีน วิกโก้ ทุกคนปฏิเสธหมด แม้กระทั่งเซอร์เอียนยังปฏิเสธเลย ฉันก็เลยคิดว่าจอห์นคงปฏิเสธด้วยเหมือนกัน”



“เยี่ยม! รู้สึกเป็นเกียรติมาก! นายน่าจะลองไปถามจอห์นดูก่อนนะ เผื่อว่าเขาไม่ปฏิเสธ นายจะได้ไม่ต้องลำบากมาหาฉัน หรือถ้าจอห์นปฏิเสธ นายก็ยังมีคาร์ล เดวิด และใครต่อใครอีกมากมายให้ถาม”



อิไลจาห์ถอนหายใจยาวยืดกับถ้อยคำประชดประชันของเพื่อนร่วมงาน เขาคงคิดผิดจริงๆที่มาถามออร์แลนโด “โอเค เป็นอันว่านายไม่ตกลง งั้นฉันกลับล่ะ หมดธุระแล้ว”



เด็กหนุ่มลุกขึ้นทันทีและทำท่าจะจากไป แต่มือของออร์แลนโดยึดข้อมือของเขาไว้ก่อน

“เดี๋ยว… ฉันตกลง”



“ฉันรู้อยู่แล้วว่านายปฏิเสธ ไม่จำเป็นต้องบอกตรงๆ………….นายว่าไงนะ!?”



“ฉันตกลง”



เด็กหนุ่มนั่งลงอีกครั้ง ท่าทางยังงงๆอยู่เล็กน้อย “แปลว่านายจะจูบฉัน?”



“อืม”



“เอ่อ….” แม้จะเป็นฝ่ายเริ่มต้นก่อน แต่พอเอาเข้าจริงๆ อิไลจาห์กลับเงอะงะ ทำอะไรไม่ถูก มือไม้ที่เคยอยู่เป็นที่เป็นทางของมันก็ชักจะเกะกะน่ารำคาญ จนต้องยกขึ้นเกาท้ายทอยบ้าง ป้ายกางเกงบ้าง “แล้ว…เราจะเริ่มต้นกันยังไง?”



ออร์แลนโดสังเกตอาการนั้นได้ในทันที เขารวบมือทั้ง 2 ข้างของเด็กหนุ่มอ่อนวัยมาไว้บนตัก จากนั้นจึงใช้ 2 มือประคองใบหน้าอิไลจาห์ให้อยู่นิ่งๆและมองลึกเข้าไปในดวงตาสีฟ้า “เริ่มจากนายอยู่นิ่งๆเสียก่อน ยุกยิกอย่างนี้ฉันจะจูบได้ยังไง”



“อ้อ….โอเค…” อิไลจาห์ยิ้มแหย พยายามอยู่นิ่งๆตามที่ออร์แลนโดบอก แต่ดูเหมือนมันจะทำไม่ได้ง่ายๆ “นายว่าฉันควรแปรงฟันก่อนมั้ย?”



“ไร้สาระ”



“คือ…มื้อกลางวันของฉันมีขนมปังกระเทียมด้วย”



“อิไลจาห์”



“เอ่อ….แต่ฉันไม่มีแปรงสีฟันทิ้งไว้ที่นี่นะ…ฉันว่าฉันกลับไป….”



“อิไลจาห์!”



เสียงนั้นดังพอจะทำให้สติของอิไลจาห์ถูกดึงกลับเข้าสู่สถานการณ์ปัจจุบันที่กำลังเผชิญ “ขอโทษ…คือ…”



“ไม่เป็นไร ฉันรู้ว่านายตื่นเต้น แต่นายไม่ต้องทำอะไร แค่อยู่เฉยๆ ทุกอย่างฉันจัดการเอง”



“ฉันไม่ได้ตื่นเต้น” หนุ่มน้อยพยายามเถียงเบาๆ แต่น้ำเสียงไม่ได้มีเค้าของความมั่นคงเลยแม้แต่น้อย



“หลับตาสิ”



“อืม….”



หนุ่มอังกฤษพยายามเบี่ยงหน้าไปทางซ้ายที ทางขวาที เพื่อหามุมเหมาะๆที่เขาจะจูบฝ่ายตรงข้ามได้อย่างที่ต้องการ แต่ลูกกะตาสีฟ้าใสแจ๋วซึ่งมองมาแบบอยากรู้อยากเห็นเต็มที่ก็คอยเลื่อนตามทุกการเคลื่อนไหว จนเขาแทบจะหมดอารมณ์

“ฉันบอกให้นายหลับตา” ชายหนุ่มชักรำคาญบ้างแล้ว



“ฉันพยายามแล้ว แต่มันทำไม่ได้” อิไลจาห์พูดเหมือนช่วยตัวเองไม่ได้จริงๆที่เขาเป็นอย่างนั้น



“เฮ้อ……” ออร์แลนโดถอนหายใจยาว เพิ่งตระหนักได้ว่าการรับมือกับคนอย่างอิไลจาห์นี่ไม่ใช่ง่ายๆเลย “งั้นเอาแบบนี้ ทุกครั้งที่ฉันจูบนายไม่ว่าที่ไหน ให้นายนับตามไปเรื่อยๆ ตกลงมั้ย?”



ร่างเล็กพยักหน้า เขาเองก็อยากรู้เหมือนกันว่ามันจะช่วยได้ซักแค่ไหน

ออร์แลนโดเริ่มต้นปฏิบัติการจูบของเขาที่แก้มทั้ง 2 ข้างก่อน ปกติอิไลจาห์เป็นคนที่มีใบหน้าเสถียรคงทนต่อทุกสถานการณ์พอๆกับเขา สิ่งที่จะทำให้ผิวแก้มใสๆของอิไลจาห์เปลี่ยนเป็นสีชมพูปลั่งขนาดนี้ได้มีเพียงบรัชออน แอลกอฮอล์และสภาพอากาศ แต่เห็นได้ชัดว่าครั้งนี้ไม่ใช่ ไม่ว่าจะด้วยสาเหตุอะไรก็ตาม ใบหน้าหวานที่ทอเฉดสีชมพูจัดทั้ง 2 ข้างแก้มก็ดึงดูดให้เขาอยากฝังจมูกและริมฝีปากลงไปแรงๆ อย่างอดไม่อยู่



“2….3…” เสียงอิไลจาห์นับเลขตาม เมื่อริมฝีปากของออร์แลนโดเลื่อนมาหยุดอยู่ตรงหน้าผาก จากนั้นจึงเลื่อนลงมายังปลายจมูก และที่เปลือกตาทั้ง 2 ข้าง นั่นทำให้อิไลจาห์ต้องหลับตาลงโดยปริยาย



“ดีมาก…” เขากล่าวยิ้มๆเมื่อเห็นว่าฝ่ายตรงข้ามดูจะพร้อมสำหรับจูบขั้นต่อไปแล้ว ออร์แลนโดจูบเบาๆที่ริมฝีปากบางครั้งหนึ่งก่อนจะถอยออกมาเล็กน้อย



“เจ็……”



ชายหนุ่มฉวยโอกาสประกบเข้าหากลีบปากนุ่มนิ่มอีกครั้งในขณะที่อิไลจาห์กำลังนับจูบถึงครั้งที่ 7 พร้อมกับสอดปลายลิ้นเข้าไปอย่างช้าๆ และแนบเนียน ปลุกเร้าอย่างนุ่มนวลกับสิ่งที่อยู่ภายใน จากนั้นจึงถอนตัวออกมาเพื่อและเล็มริมฝีปากเล็กบางที่ตอนนี้ชุ่มชื้นและพร้อมจะตอบสนองทุกการกระทำของเขา



จูบเริ่มต้นนั้นไม่นาน แค่เพียงพอให้ได้รู้สึกถึงรสชาติอันน่าลิ้มลอง แต่ไม่ใช่สุดสิ้นของความต้องการ อิไลจาห์รู้สึกเหมือนตัวเองกำลังฝันดี และถูกปลุกให้ตื่นขึ้นมาเพื่อพบกับความว่างเปล่า ง่วงงุนกลางดึก เมื่อออร์แลนโดละจากริมฝีปากของเขาไป

“เป็นยังไง?” เขาถามพร้อมรอยยิ้มปนขำ หลังจากที่เห็นว่าฝ่ายตรงข้ามยังเผยอปากอยู่เล็กน้อย ท่าทางเบลอๆเหมือนคนเพิ่งตื่น



“เยี่ยม…” อิไลจาห์ไม่แน่ใจว่านั่นใช่เสียงของตัวเองหรือเปล่า และยิ่งตกใจมากขึ้นไปอีกกับประโยคที่ตามมาติดๆ “นายจะว่าอะไรมั้ย ถ้า…อีกครั้ง”

คราวนี้แม้แต่ออร์แลนโดก็ยังอดหัวเราะเบาๆไม่ได้ “ด้วยความเต็มใจ”



จูบครั้งที่ 2 เริ่มจากความนุ่มนวลเหมือนครั้งแรก แต่หนักหน่วงขึ้นเมื่อเวลาผ่านไป ริมฝีปากของทั้งคู่บดเบียดเข้าหากันราวกับคนหิวกระหาย อิไลจาห์รู้สึกเหมือนฝันดีของเขาดำเนินต่อเนื่องจากเมื่อกี้ แม้จนกระทั่งเมื่อแผ่นหลังของตนสัมผัสกับผิวโซฟานุ่มๆก็ยังไม่รู้สึก มือที่เมื่อแรกรู้สึกว่ามันช่างเกะกะ บัดนี้โอบรอบแผ่นหลังร่างเบื้องบน ขาข้างหนึ่งพิงกับพนักโซฟา ส่วนอีกข้างหยั่งปลายลงกับพื้นเพื่อเปิดทางให้ออร์แลนโดทาบตัวลงมาได้สะดวก



“อืม…ออร์แลนโด…” อิไลจาห์ร้องเรียกเมื่อร่างสูงกว่าเพิ่งเปิดโอกาสให้เขาได้หายใจหายคอ



“ชู่…” แต่เพียงไม่นานก็ปิดโอกาสเสีย



“อื้อ…อื้อ….” เด็กหนุ่มทำเสียงประท้วงพลางใช้มือข้างหนึ่งยันอกออร์แลนโดขึ้น เพราะดูท่าแล้วเขาจะไม่ได้โอกาสนั้นคืนมาอีกง่ายๆ



“อะไร?…” ออร์แลนโดพูดพึมพำติดริมฝีปาก เมื่อถูกห้ามจูบไปแล้ว เขาเลยหันไปคลอเคลียอยู่กับพวงแก้มนิ่มๆแท



“หยุด….”



“หืม? ทำไม? นายชอบให้ฉันจูบไม่ใช่เหรอ?” ปลายจมูกโด่งเริ่มซุกลงมาถึงซอกคอ เสียงที่อิไลจาห์ได้ยินจึงเป็นเหมือนเสียงอู้อี้ในลำคอ ดีที่ยังฟังรู้เรื่อง



“ใช่…ฉันชอบ…เอ่อ…ชอบมากด้วย แต่ที่บอกให้หยุดน่ะ…..หมายถึงมือนายที่กำลังอยู่ในกางเกงฉัน”



“โอ้…” ออร์แลนโดยันตัวขึ้นและก้มลงมองมือตัวเองที่หายเข้าไปในกางเกงของอิไลจาห์กว่าครึ่งมือแล้ว “ขอโทษที” นักแสดงหนุ่มส่งยิ้มหวาน “แต่ฉันหยุดไม่ได้แล้ว”



“ออร์แลนโด!!!” อิไลจาห์ร้องลั่น ขณะที่มือของออร์แลนโดล้วงลึกลงไปจนพบเป้าหมายและกอบกุมมันไว้



“ชู่…นายอยากรู้ความรู้สึกตัวเองไม่ใช่เหรอ วิธีนี้ได้ผลยิ่งกว่าจูบเสียอีก”



“แต่ฉัน…..ไม่ได้อยากรู้ถึงขนาดนั้น….”



“แต่เผอิญตอนนี้ฉันอยากรู้มากกว่านั้นแล้ว”



“ออ……” เสียงสุดท้ายกลืนหายลงไปกับริมฝีปากที่ประกบปิด ประสบการณ์ที่เทียบกันไม่ติดระหว่างออร์แลนโดและอิไลจาห์ ทำให้ไม่ใช่เรื่องยากที่ออร์แลนโดจะสยบอิไลจาห์ได้คามือ เมื่อร่างสูงปล่อยให้อิไลจาห์หายใจได้อย่างสะดวกอีกครั้ง เสียงที่ลอดออกมาจากริมฝีปากคู่นั้นก็เปลี่ยนจากเสียงประท้วงเป็นครางเบาๆด้วยความพอใจ



“นายชอบใช่มั้ย? หืม?” มืออีกข้างของออร์แลนโดไม่ได้อยู่เฉยๆให้เสียโอกาส แต่กำลังสอดผ่านเสื้อยืดเนื้อนิ่มของอิไลจาห์เข้าไป ไต่สูงขึ้นเรื่อยๆ และเลิกปลายเสื้อขึ้นไปจนถึงคอ ชายหนุ่มยิ้มกับแผ่นอกขาวเนียนที่กระจ่างตาอยู่ตรงหน้า “ฉันจะทำให้นายชอบกว่านี้อีก”



นานกว่าที่สมองของอิไลจาห์จะสามารถประมวลได้ว่าออร์แลนโดกำลังพูดและหมายถึงอะไร ปลายลิ้นอุ่นนุ่มที่วนเวียนอยู่ไม่ห่างจากอกเขาทำให้อารมณ์ที่ประทุสูงอยู่แล้วเพิ่มดีกรีมากขึ้นไปอีก



ออร์แลนโดก็เช่นเดียวกัน เพียงแต่เขาเก็บอารมณ์ได้ดีกว่า และเป็นฝ่ายควบคุม กระนั้นอิไลจาห์ก็ยังรู้สึกได้ถึงความต้องการของฝ่ายตรงข้ามผ่านสัมผัสที่ได้รับจากโคนขา และจากสัมผัสนั้นเองที่ทำให้อิไลจาห์รู้ตัวอีกว่าเขาไม่เหลืออะไรติดท่อนล่างแล้ว



“ออร์แลนโด!” อิไลจาห์ตาเหลือก พยายามจะยันตัวเองขึ้น แต่ติดที่ร่างซึ่งทาบทับอยู่เบื้องบนส่งแรงกดลงมาจนเขาไม่มีทางจะลุกขึ้นได้



“ใจเย็นๆ อิไลจาห์ นายชอบมันนี่ ฉันรู้ว่านายชอบ” เขาก้มลงมองส่วนกลางลำตัวของเด็กหนุ่ม แล้วเงยขึ้นสบตาสีฟ้าคู่สวยพร้อมรอยยิ้มของผู้มีชัย “นายไม่จำเป็นต้องฝืน ที่นี่ไม่มีใครนอกจากฉันกับนาย”



“แต่…มันชักจะ…เลยเถิดไปแล้ว…..” เสียงเล็กๆขาดห้วง ตามความรู้สึกหวามไหว มือของออร์แลนโดขยับเร็วขึ้น แต่สักพักก็ช้าลง และเร็วขึ้นใหม่ สลับกันเป็นช่วง ผลของมันสร้างความสุขสมและทรมานให้อิไลจาห์ในเวลาเดียวกัน ขณะที่เขากำลังรู้สึกเหมือนพุ่งขึ้นสู่จุดสูงสุดด้วยมือของออร์แลนโด ชายหนุ่มก็ดึงเขากลับลงมาเกือบๆจะถึงจุดต่ำสุดด้วยมือข้างเดียวกันนั้น



“ไม่หรอก ยังมีอะไรอีกเยอะที่ฉันจะสอนให้นายได้รู้จักตัวเอง”



“อื้อ……” เด็กหนุ่มส่งเสียงประท้วงอย่างไม่ตั้งใจ เมื่อออร์แลนโดละมือจากหน้าที่



“ใจเย็นๆ ฉันบอกแล้วว่ายังมีบทเรียนอีกเยอะ” เขาค่อยๆพลิกตัวอิไลจาห์กลับอย่างยากลำบาก เพราะพื้นที่ของโซฟานั้นช่างคับแคบ ออร์แลนโดรู้สึกเสียดายอยู่นิดหน่อยที่ไม่หลอกพาอิไลจาห์เข้าห้องนอนไปเสียแต่ตอนแรก เพราะนอกจากเตียงขนาดคิงไซด์ที่แสนสบายของเขาแล้ว ก็ยังมีอุปกรณ์บางอย่างซึ่งจำเป็นสำหรับกรณีนี้อยู่ แต่ก็นั่นแหละ เขาเองก็ไม่คิดว่ามันจะเลยเถิดมาถึงขั้นนี



เสื้อยืดที่ติดอยู่ตรงคอถูกจับถอดออก อิไลจาห์รู้สึกเหมือนตัวเองถูกปฏิบัติอย่างไม่ยุติธรรม เขาเปลือยหมดทั้งตัว ขณะที่ออร์แลนโดยังอยู่ในเสื้อผ้าครบชุด ไม่แม้แต่จะปลดกระดุมกางเกงของตัวเองลง ออร์แลนโดไม่รู้สึกอึดอัดบ้างหรืออย่างไรนะ ในเมื่อ….. เด็กหนุ่มหลับตาเอาหน้าซุกลงกับโซฟา พยายามจะหยุดจินตนาการอันเตลิดเปิดเปิงของตน



ออร์แลนโดหัวเราะเบาๆ แล้วกระซิบข้างหู ที่ตอนนี้สีชมพูจัดแผ่ซ่านมาถึง “กำลังคิดลามกอะไรอยู่ล่ะสิ?” เขาใช้มือช้อนเข้าไปใต้แผ่นอกขาวเพื่อรั้งตัวอิไลจาห์ขึ้น ทำให้อิไลจาห์ต้องใช้ข้อศอกยันช่วงตัวของตัวเองขึ้นมา “เดี๋ยวก็หายใจไม่ออกกันพอดี”



ร่างสูงมองมือสีน้ำตาลของตัวเองที่กำลังลูบไล้จากต้นคอผ่านลงมาตามแผ่นหลัง จากประสบการณ์ เท่าที่จำได้มีเพียงไม่กี่คนที่จะมีผิวเนียนละเอียดได้ขนาดอิไลจาห์ แม้กระทั่งผู้หญิง ออร์แลนโดชอบเวลาที่ได้เห็นสีสันซึ่งตัดกันระหว่างสีแทนของมือเขา และสีขาวออกชมพูของแผ่นหลังอิไลจาห์ หมอนี่จะเคยรู้มั้ยว่าตัวเองสวยขนาดไหน “นายสวยมาก” เขาพึมพำเบาๆ และก้มลงจูบแผ่นหลังเนียนอย่างอดใจไม่อยู่



“เลิกวิจารณ์ตัวฉัน แล้วจะทำอะไรก็ทำๆซะ!” อิไลจาห์ส่งเสียงลอดไรฟัน ออร์แลนโดไม่รู้หรอกว่าเพียงแค่สัมผัสจากปลายมือของเขา ก็ทำให้อิไลจาห์ตื่นตัวขึ้นมาได้



“ความจริงควรจะมีครีมหล่อลื่นเพื่อไม่ให้เจ็บเกินไป แต่มันอยู่ในห้อง และฉันก็ไม่อยากเสียเวลาแม้เพียงนิดเดียว เพราะงั้น…..” ออร์แลนโดจูบที่แผ่นหลังของอิไลจาห์อีก จากนั้นจึงใช้ปลายลิ้นลากลงมาตามแนวสันหลัง ลึกลงมาเรื่อยๆ



“Shit!!! นายไปจำวิธีนี้มาจากไหน!?….”



“วีดีโอซักเรื่องที่เคยดู” เขาตอบก่อนก้มหน้าลงไปใหม่



อิไลจาห์จิกปลายเล็บลงกับโซฟา โชคดีที่ก่อนหน้านั้นเขาเครียดจนกัดเล็บเสียจนไม่เหลือพื้นที่ให้กัดได้อีกต่อไป ไม่งั้นด้วยแรงขนาดนี้ ต่อให้เป็นพื้นผิวนุ่มๆก็คงทำให้เล็บฉีกได้ ตั้งแต่เกิดเป็นชายมา 19 ปี อิไลจาห์ก็เพิ่งได้รู้ว่าตรงส่วนนั้นสามารถก่อความรู้สึกให้ได้ถึงขนาดนี้ เขาไม่รู้ว่าเพราะตัวเองเป็นพวกรับสัมผัสได้ไวหรือเพราะลิ้นอันช่ำชองของออร์แลนโดกันแน่



ความรู้สึกสะดุดเมื่อออร์แลนโดละจากการกระทำ อิไลจาห์หันไปมองและต้องรีบหันกลับ ความยุติธรรมที่เคยแอบเรียกร้องในใจทำท่าจะได้รับการตอบสนองแล้ว แม้จะไม่เท่าเทียมก็เถอะ



“นายอาจจะเจ็บนิดหน่อยในตอนแรก แต่บอกฉัน ถ้าอยากให้หยุด”



“อะ….” ส่วนปลายที่ร้อนผ่าว ชำแรกผ่านเข้ามา มันเจ็บจริงๆอย่างที่ออร์แลนโดเตือน แต่อิไลจาห์ไม่นึกอยากให้หยุด

ปลายโค้งมนผลุบหายเข้าไปในที่สุด แม้จะด้วยความยากลำบาก ร่างสูงค่อยๆขยับลึก นำส่วนที่เหลือตามเข้าไป เนิบช้า แต่มั่นคง



อิไลจาห์ในเวลานี้ใช้ศอกยันร่างตัวเองอยู่ แต่ใบหน้าก้มต่ำซ่อนสีหน้าจากสายตาคนมอง มือทั้งคู่กำแน่น เสี้ยวหน้าจากที่เห็นบอกให้รู้ว่าเจ้าตัวกำลังกัดกรามแน่น จะด้วยความเจ็บหรืออารมณ์อย่างอื่น ออร์แลนโดไม่แน่ใจ เขาหยุดนิ่งเมื่อไปได้จนสุดทาง ลักษณาการของเด็กหนุ่มร่างเล็กออกจะทำให้รู้สึกเป็นห่วงจนต้องออกปาก “ฉันจะขยับต่อแล้วนะ…นายโอเคมั้ย?”



คนถูกถามไม่ตอบ แต่เค้นเสียงฮื่อขึ้นจมูกและพยักหน้าทีหนึ่งแสดงอาการยอมรับ ออร์แลนโดจึงเริ่มต้นด้วยจังหวะที่เนิบช้า สร้างความคุ้นเคย และชักนำอิไลจาห์ให้เข้าสู่จังหวะที่เขาต้องการ



หากเปรียบเทียบกับบทเรียน อิไลจาห์คงเป็นนักเรียนที่มีไอคิวปานกลาง ออกจะเงอะงะในช่วงต้น แต่ก็เพียรพยายามจะติดตามบทเรียนให้ทัน อีกทั้งออร์แลนโดก็มีความอดทนมากพอที่จะรอ และค่อยเป็นค่อยไป ไม่บุ่มบ่ามเอาตามแต่อารมณ์ตน ที่สุดทั้งคู่ก็พบว่าต่างผสานการเคลื่อนไหวให้เข้ากันได้ ความเจ็บจากการเสียดสีไม่ได้หายไปอย่างที่อิไลจาห์คิด แต่มันผสมปนเปไปกับความรู้สึกอื่น ก่อเกิดอารมณ์แปลกๆที่เขาไม่เคยประสบพบพานมาก่อนในชีวิต แม้กระทั่งเซ็กส์ที่ดีที่สุดกับผู้หญิงที่เคยมีมาก็ยังเทียบไม่ได้กับครั้งนี้ ส่วนหนึ่ง เขาคิดว่าเพราะนี่คือออร์แลนโด



สะโพกแกร่งขยับแรงตามอารมณ์ นับเป็น 1 ในไม่กี่ครั้งที่ออร์แลนโดถึงจุดของความต้องการเร็วกว่าปกติ ที่ผ่านมาเขามักจะยั่วเย้าฝ่ายตรงข้ามจนพอใจ อาศัยชั้นเชิงจากประสบการณ์ที่เคยเรียนรู้ทำให้เซ็กส์กลายเป็นเรื่องสนุกและผ่อนคลาย แต่ครั้งนี้อารมณ์ตื่นเต้นจากการได้ครอบครองในสิ่งที่แอบหวังมานานนับแต่แรกพบทำให้เขาไปถึงปลายทางเร็วกว่าที่เคยเป็นมา



“อิไลจาห์…ฉัน….” ร่างทั้งร่างกระตุกเกร็ง ทำนบอารมณ์ที่สะกดกลั้นไว้มานานทลายลงพร้อมสายน้ำที่หลั่งไหล ช่องทางคับแคบบัดนี้ชุ่มฉ่ำด้วยหยาดหยดซึ่งกลั่นคั้นจากร่างกายทำให้การเคลื่อนตัวของออร์แลนโดทำได้ง่ายขึ้น



ออร์แลนโดผละออกจากร่างเล็ก พลิกตัวอิไลจาห์ให้หงายขึ้น และจัดการกับอารมณ์ที่คั่งค้างของอิไลจาห์ด้วยริมฝีปาก พร้อมรื่นรมย์ไปกับเสียงร้องเรียกชื่อเขายามเมื่ออิไลจาห์สุดสิ้นความต้องการ



หยาดเหงื่อผุดพรายเต็มหน้าผาก อิไลจาห์หลับตาลงเมื่อออร์แลนโดจูบซับตามไรผมชื้น มันเป็นความรู้สึกดีอย่างบอกไม่ถูกที่ได้รับการประเล้าประโลมอย่างอ่อนโยนหลังเรื่องอย่างว่า เป็นสิ่งที่กระทั่งเขาเองก็ยังไม่เคยทำให้ผู้หญิงคนไหน และแน่นอนว่ายังไม่เคยได้รับ เซ็กส์ที่ผ่านมาเป็นเพียงความอยากรู้อยากเห็นและปลดปล่อยความต้องการตามสภาวะอารมรมณ์พึงมีอย่างปุถุชน



ออร์แลนโดจัดการให้ตัวเองอยู่ในสภาพที่เรียบร้อยเหมือนเดิม แล้วจึงเดินเข้าไปในห้องนอน และกลับออกมาพร้อมผ้าห่มในมือ เขาคลี่มันออกคลุมร่างเล็กๆที่ยังนอนคว่ำบนโซฟาอย่างหมดแรง ก่อนทรุดตัวลงข้างๆ ใช้หลังมือไล้ผิวแก้มเนียนแผ่วเบา

“หายเจ็บหรือยัง?”



“นายเคยโดนแบบนี้มั้ย?” เด็กหนุ่มไม่ตอบ แต่ย้อนถาม



“หึ”



“งั้นก็รู้ไว้ซะ ว่ามันไม่ได้หายกันง่ายๆหรอก” อิไลจาห์พูดตามความรู้สึกจริงๆ บางทีเขาอาจจะเดินเป๋ไปอีกหลายวันด้วยซ้ำ

ใบหน้าหล่อเหลาขรึมลงถนัดตา มือที่ลูบไล้ผิวแก้ม ยามนี้ลดลงมาอยู่ข้างลำตัว



“เฮ้ ฉันไม่ได้ตั้งใจทำให้นายรู้สึกไม่ดีนะ” อิไลจาห์เอื้อมมือไปจับปลายคางของออร์แลนโดไว้ “มันเจ็บก็จริง แต่ฉันรู้สึกดีที่สุดเท่าที่เคยมีมาเลย” เด็กหนุ่มออกจะเขินๆอยู่กับคำพูดที่ค่อนข้างเปิดเผย แต่โดยนิสัย เขาเป็นคนชอบพูดอะไรตรงๆอยู่แล้ว…..ถ้ามันพูดได้



“ดีใจที่ได้ยินอย่างนั้น” ออร์แลนโดยิ้ม แต่ยังแฝงรอยหดหู่



“นายมีอะไรหรือเปล่า? ที่ฉันบอกนายเมื่อกี๊ ฉันพูดจริงที่สุดในชีวิตแล้วนะ นายไม่ต้องกังวลเรื่องฉันหรอก ….เว้นแต่….นายรู้สึกเสียใจที่เรื่องแบบนี้มันเกิดขึ้นระหว่างเรา”



“ก็ไม่เชิง”



ร่างเล็กปล่อยมือทันที ริมฝีปากบางเม้มเข้าหากันสนิท ก่อนจะคลายออก แล้วพูดออกมาเบาๆ “งั้นฉันก็ขอโทษที่เป็นต้นเหตุของเรื่องนี้” เด็กหนุ่มกระชับผ้าห่ม ขยับตัวอย่างยากลำบาก หันหน้าเข้าหาพนักโซฟา ยิ่งได้ยินเสียงถอนใจยาวๆจากฝ่ายตรงข้าม ไอ้อารมณ์ดีๆก็พาลจะหดหาย น้ำตาเหมือนจะรื้นขึ้นมาคลอตา แต่อิไลจาห์บังคับให้มันไหลย้อนกลับเข้าไปข้างใน



“มันไม่ใช่อย่างที่นายคิด” ออร์แลนโดลูบผมของอิไลจาห์ไปมาเบาๆ เมื่อร่างที่หันหลังให้เขายังนอนนิ่ง ไร้ปฏิกิริยาและการโต้ตอบ ทำให้เขาตัดสินใจพูดต่อ “การที่นายมาหาฉันเป็นคนท้ายๆในเวลาที่กำลังสับสน นั่นแสดงให้เห็นว่าฉันไม่ใช่เพื่อนที่นายไว้ใจได้ อย่างน้อยก็น้อยกว่าคนก่อนๆที่นายเคยไปหามาก่อนหน้าฉัน และฉันยังทำกับนายแบบนี้ ไม่รู้ว่าความไว้ใจน้อยนิดที่นายเคยมีให้ ตอนนี้มันจะยังเหลืออยู่อีกหรือเปล่า”



“นายมันงี่เง่า” อิไลจาห์สวนกลับ ทั้งที่ยังหันหลังให้



“ยอมรับ”



“ถ้ารู้ว่าจะต้องเสียใจทีหลัง นายก็ไม่ควรทำตั้งแต่แรก”



“ฉันบอกว่าไม่เชิง”



“ฟังแล้วความหมายมันไม่ได้ต่างกันเลย”



“ต่างสิ เพราะที่ฉันเสียใจ ก็คือตัวเองไม่ใช่ใครคนนั้นที่ทำให้นายสับสนจนต้องดิ้นรนมาหาฉัน ที่สำคัญฉันยังเป็นตัวเลือกสุดท้ายในความเป็นเพื่อนที่นายไว้ใจ” เสียงทุ้มเริ่มดังขึ้น ยอมรับว่าเขาออกจะโกรธ หรืออันที่จริงก็น้อยใจที่ได้รับการนึกถึงทีหลังสุด ทั้งที่เขาคิดว่าอิไลจาห์ค่อนข้างให้ความสนิทสนมกับเขามากพอที่จะเรียกว่าเพื่อนสนิทได้ ที่แย่กว่าก็คือรู้สึกหึงไอ้หนุ่มโชคดีคนนั้น และพาลเกลียดตั้งแต่ยังไม่ทันได้เห็นหน้า แม้ว่าหมอนั่นอาจจะเป็นชายหนุ่มแสนดีถึงขนาดทำให้อิไลจาห์ผู้มั่นใจในตนเองอย่างสุดๆหลงรักได้ก็ตาม



คราวนี้อิไลจาห์พลิกกลับมาโดยเร็ว แต่แรงสะเทือนส่งผลไปยังเบื้องล่างที่ยังเจ็บอยู่ เด็กหนุ่มนิ่วหน้า นิ่งไปพักหนึ่ง ก่อนย้อนถาม “ฟังเหมือนมีความหมายแฝง”



“งั้นก็จะพูดตรงๆ” ออร์แลนโดสูดลมหายใจ “ฉันกำลังอิจฉาไอ้บ้าที่ไหนไม่รู้ที่มันบังอาจมาวนเวียนป้วนเปี้ยนอยู่ในหัวนาย และที่เจ็บใจก็คือฉันไม่เคยระแคะระคายเลยว่ามันเป็นใครทั้งที่ฉันอยู่ใกล้นายเกือบตลอดเวลา สำคัญที่สุดคือฉันดันอยากเป็นไอ้บ้าคนนั้นซะเอง!”





คำสารภาพที่อยู่ๆก็มา ทำเอาอิไลจาห์อึ้งไปอีก เด็กหนุ่มเม้มปาก แต่ความรู้สึกในคราวนี้แตกต่างออกไปจากเมื่อแรกโดยสิ้นเชิง “ไม่เห็นจะพูดตรงๆเลย” เขาพึมพำเบาๆแค่ให้ได้ยินกับตัวเอง จากนั้นจึงเหลือบสายตาคาดคั้นมองไปยังร่างที่นั่งอยู่บนพื้นข้างๆโซฟา “สาบานว่าที่พูดน่ะจริง”



ออร์แลนโดถอนหายใจเหนื่อยหน่าย เขาไม่รู้หรอกว่ามันกี่ครั้งเข้าไปแล้ว แต่คงจะนับได้เกินนิ้วมือตั้งแต่อิไลจาห์มาถึงบ้าน ซึ่งอาจจะมากกว่าอาการถอนหายใจตามปกติใน 1 อาทิตย์ของเขาเสียด้วยซ้ำ “ด้วยเกียรติของสุภาพบุรุษอังกฤษ” นิ้วทั้ง 5 ชูขึ้นเหมือนเดิม พร้อมรอยยิ้มเนือยๆ



อิไลจาห์ไม่ได้ต่อปากต่อคำอีกเหมือนเคย แต่เปลี่ยนอิริยาบทเป็นนอนหงาย ยกฝ่ามือทั้ง 2 ขึ้นปิดหน้า นิ่งอยู่ในลักษณะนั้นซักพัก ภายใต้สายตาไม่เข้าใจของออร์แลนโด ครู่หนึ่ง เด็กหนุ่มก็ลดมือลง แล้วพึมพำเบาๆ “นายมันงี่เง่า” จากปลายหางตา เขาเห็นออร์แลนโดยิ้มเซียวๆลงอีก จึงรีบพูดต่อ “โทษที ฉันไม่ได้หมายถึงนาย หมายถึงตัวฉันน่ะ ถ้ารู้ว่าเรื่องมันจะเอวังแบบนี้ฉันคงบอกความรู้สึกของตัวเองกับไอ้บ้าที่ว่านั่นตั้งแต่แรก แล้ววันนี้ก็อาจจะไม่ต้องเจ็บตัว…ไม่สิ น้ำหน้าอย่างนาย ถ้าฉันบอกไป นายคงไม่ปล่อยฉันไว้ถึงวันนี้หรอก”



“เดี๋ยว” ออร์แลนโดขยับนั่งตัวตรง หลังห่อเหี่ยวมานาน “ฟังนายพูดแล้วมันแปลกๆ”



เด็กหนุ่มหัวเราะหึหึ พลางยกมือเกานั่นเกานี่แก้ขวยไปตามเรื่องก่อนจะบอกด้วยเสียงที่เบาแสนเบา “แย่หน่อย ที่ไอ้บ้าคนนั้นดูเหมือนจะเป็นนาย”



“อิไลจาห์” น้ำเสียงของออร์แลนโดฟังดูคาดคั้นปนตื่นเต้น



“นายว่าฉันเป็นคนตรงไปตรงมามั้ย?”



“อย่านอกเรื่อง” ชายหนุ่มทำเสียงขัดใจ



“ก็ฟังสิอย่าขัด”



ออร์แลนโดไม่ได้ถอนหายใจอีก แต่กลั้นใจนับ 1 – 10 ซึ่งจริงๆแล้วมันคงจะเกินจำนวน กับอาการเฉไฉของคู่สนทนา เอาเถอะ ถ้าอดทนแล้วได้ผลลัพธ์ที่น่าพอใจก็พอจะสะกดกลั้นใจฟังได้



“เอาเป็นว่านายคงจะรับรู้อยู่แล้วว่าฉันเป็นพวกชอบพูดอะไรตรงๆ” อิไลจาห์กล่าวต่อ พลางยัดเยียดความเข้าใจให้เสร็จสรรพ “แต่ก็ไม่ได้หมายความว่าจะเป็นอย่างนั้นกับทุกเรื่อง เรื่องบ้างเรื่องเนี่ยมันก็ต้องใช้เวลา แล้วที่ฉันไปถามพวก ดอม บิลลี่ วิกโก้………”



“นายรักฉัน?”



อิไลจาห์อ้าปากค้างเมื่อถูกขัดจังหวะด้วยประโยคที่ทำใจให้พูดออกไปไม่ได้มาเนิ่นนาน แต่ก็ยังทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้แล้วกล่าวต่อ “ที่ฉันไม่มาหานายเป็นคนแรก….”



“ฉันรักนาย” เสียงนุ่มๆพร้อมรอยยิ้มขัดประโยคขึ้นเป็นครั้งที่ 2 เพียงแค่ประธานและกรรมสับที่กัน ก็ทำให้อิไลจาห์อึ้งไปนานกว่าเดิม มือไม้ชี้ไปทางออร์แลนโดที สลับกับตัวเองที อาการเงอะงะน่ารำคาญนั่นทำเอาออร์แลนโดรู้สึกรำคาญขึ้นมานิดหน่อย จำต้องทำอะไรสักอย่าง เพราะขืนยืดเยื้อไปแบบนี้ก็ไม่ต้องรู้เรื่องกันพอดี



“ตอบแค่ว่า ‘ใช่’ ไม่มีแต่หรืออย่างอื่น”



อิไลจาห์ยังอ้ำๆอึ้งๆ ค่อนไปทางหมั่นไส้นิดๆ ค่าที่คำพูดนั้นติดจะบังคับ แต่จะไปอะไรมากมาย ในเมื่อออร์แลนโดนำทางให้ถึงขนาดนี้แล้ว ไม่รีบพูดตอนนี้เขาคงพูดไม่ออกไปอีกนาน “…..ใช่”



แทนที่จะโห่ร้องดีใจ ออร์แลนโดกลับถอนหายใจยาวๆเหมือนโล่งอก ขณะที่อิไลจาห์เหล่ตามองเคืองๆ “ก็เท่านั้น”



“นายไม่มาเป็นฉัน ไม่รู้หรอกว่ามันพูดยากขนาดไหน” เด็กหนุ่มต่อว่าเสียงฉิวๆ



สายตาของออร์แลนโดทอประกายวาววาบ คำพูดของอิไลจาห์เข้าทางเขาพอดี “งั้นก็ไม่ต้องพูด ฉันชอบพิสูจน์ด้วยการกระทำมากกว่า”



“พิสูจน์ยัง….” ริมฝีปากที่ทาบลงมา พร้อมฝ่ามืออุ่นๆซึ่งซุกซอนเข้าใต้ผืนผ้าเป็นคำตอบสำหรับคำถามนั้นได้ดีอยู่แล้ว ใจจริง อิไลจาห์ไม่ได้อยากจะพิสูจน์ด้วยวิธีนี้ แต่เมื่อนึกถึงความรู้สึกหวิวๆที่ผ่านมาเมื่อตอนต้น ปฏิกิริยาของร่างกายก็อดจะสนองตอบฝ่ามือที่กำลังลูบไล้อยู่ไม่ได้ ที่เคยคิดไว้ว่าอาจจะเดินเป๋ไป 2 – 3 วัน เห็นทีจะทอดนานไปเป็นอาทิตย์ แต่จะทำอย่างไรได้ ในเมื่อนี่เป็นการสมยอมอย่างเต็มใจของตัวเขาเอง



(1 comment) - (Post a new comment)

tiny_123
(Anonymous)
2007-12-30 04:58 am UTC (link)
น่าฮักหลาย

(Reply to this)


(1 comment) - (Post a new comment)

Create an Account
Forgot your login or password?
Login w/ OpenID
English • Español • Deutsch • Русский…